Sedlec Ossuary | โบสถ์กระดูกแดนโบฮีเมีย

วิหารหรือโบสถ์ที่ดูแปลกตา เพราะแทนที่จะประดับงานคริสตศิลป์ทั่วไปกลับปรากฏเป็นโครงกระดูกนับหมื่นเรียงรายแน่นขนัด ที่นี่คือโบสถ์กระดูก Sedlec ที่มีประวัติอันยาวนานของอดีตแคว้นโบฮีเมีย ที่ถ้าใครจิตแข็งไปเยือนประเทศสาธารณรัฐเช็ก (Czech Republic) ก็ควรไปลองของสักครั้ง!

เซ็ดเล็คซ์ ออสชัวอรี่ (Sedlec) หรือในภาษาเช็กคือ กอสยีคซ์ เซ็คลึซี (Kostnice v Sedlci) คือสถานเก็บศพที่เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอารามเซ็ดเล็คซ์ (Sedlec Abbey) ของคณะซิสเตอร์เชียน (Cistercian Order) คณะนักบวชในศาสนาคริสต์นิกายคาธอลิค (Catholic Church) ตามประวัติวิหารสุสานแห่งนี้เคยเป็นอารามคณะซิสเตอร์เชียนที่เก่าแก่ที่สุดของโบฮีเมีย ก่อตั้งขึ้นเมื่อค.ศ.1142 (พ.ศ.1685) โดยขุนนางชื่อมิโรสลาฟ (Miroslav) ได้รับการจัดการดูแลโดยคณะสงฆ์จาก Bavarian abbey of Waldsassen ในระยะแรก

โฆษณา
Photo : Екатерина С.
Photo : bialobrody

ตำนานของอารามแห่งนี้กล่าวว่าเดิมมีเจ้าอารามท่านหนึ่งถูกกษัตริย์ส่งไปยังเมืองเยรูซาเล็มเมื่อค.ศ.1278 และได้นำดินจากเนินศักดิ์สิทธิ์กอลโกธา (Golgotha) กลับมาโปรยยังบริเวณสุสานของเซ็ดเล็คซ์ เนินดังกล่าวเป็นสถานที่ตรึงกางเขนพระเยซูที่อยู่นอกเมืองเยรูซาเล็ม โดยเชื่อว่าการนำดินจากสถานที่สำคัญดังกล่าวมาโปรยจะทำให้ดินที่นี่มีความบริสุทธิ์และช่วยในการปัดเป่า เกิดเป็นพื้นที่คล้ายกับทุ่งศักดิ์สิทธิ์ (Holy fields) คติเดียวกับในเมืองโรม, ปิซา หรือปารีส แนวคิดดังกล่าวส่งผลให้มีคนจำนวนมากอยากจะฝังศพอยู่ในเขตของอารามเซ็ดเล็คซ์ โดยเฉพาะช่วงการระบาดของกาฬโรคครั้งใหญ่ในคริสต์ศตวรรษที่ 14 สุสานแห่งนี้เกิดการขยายตัวอย่างมากและมีปริมาณศพกว่า 30,000 ถูกฝังกันอย่างหนาแน่น

ปริมาณของผู้วายชนม์ที่ถูกนำมาฝังเพิ่มขึ้นอย่างมากอีกครั้งในช่วงสงครามฮุสไซต์ (Hussite Wars) ที่เป็นการปะทะกันของสองขั้วความเชื่อต่างนิกาย เกิดความเสียหายล้มตายของประชากรกว่า10,000 คน ส่วนอาสนวิหารและอารามของเซ็ดเล็คซ์ถูกเผาทำลาย จนเหลือเพียงโบสถ์แห่งเหล่านักบุญ (Church of All Saints) ที่เสียหายทรุดโทรม

ต่อมาช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 15 มีการปรับลดอาณาเขตของสุสานในอารามแห่งนี้ลง รวมถึงการก่อสร้างโบสถ์สไตล์กอธิค (Gothic) ส่งผลให้มีการล้างป่าช้าและนำเอากระดูกต่างๆ ขุดขึ้นมาจัดเก็บในอาคารส่วนใต้ดินที่เรียกว่าออสชัวอรี่ (Ossuary) ช่วงนี้เองที่โบสถ์เริ่มเกิดตำนานมหัศจรรย์ที่พระซึ่งมีอาการของโรคตาบอดครึ่งซีกรูปหนึ่งซึ่งเป็นผู้นำกระดูกที่ขุดจากสุสานมาจัดเรียงเป็นทรงพีระมิดภายในโบสถ์แห่งนี้ และเมื่อทำงานสำเร็จแล้ว พระรูปนี้ก็ได้รับปาฏิหาริย์จนดวงตาสามารถกลับมามองเห็นเป็นปกติ

diagram of sedlec ossuary
Photo : Chris Waits
Photo : kneague
Sedlec Ossuary
Photo : CaresMa

การตกแต่งโบสถ์ดังกล่าวสำเร็จเสร็จสิ้นโดยมีหลักฐานบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรโดยนาย Š. E. Kapihorský นับตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 และทยอยมีการซ่อมแซมแก้ไขอยู่เนืองๆ เช่นช่วงค.ศ.1661-1663 มีการจัดเรียงแก้ไขส่วนฝ้าเพดานโดยโดมรูปดาวห้าแฉกแบบศิลปะกอธิคถูกแทนที่ด้วยรูปแบบอย่างปัจจุบัน

แต่การปรับปรุงแก้ไขที่ส่งผลต่อการจัดวางทั้งหมดอย่างชัดเจนและโดดเด่นเกิดขึ้นช่วงยุคบาโรก (Baroque) ราวต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 อันสืบเนื่องมาจากการบูรณะอารามครั้งใหญ่

สำหรับการบูรณะดำเนินการโดยสถาปนิกชาวเช็กเชื้อสายอิตาเลียนนามว่า Jan Blažej Santini Aichel (3 February 1677 – 7 December 1723) ทำการสร้างอาสนวิหารอัสสัมชัญและโบสถ์ All Saints ขึ้นใหม่พร้อมด้วยอาคารออสชัวอรี่ในสไตล์ศิลปะแบบบาโรกโกธิค (Baroque Gothic style) ซึ่งเป็นแบบเฉพาะของศิลปะบาโรกที่เฟื่องฟูที่สุดยุคหนึ่งของโบฮีเมีย

credit: Grisha Bruev / Shutterstock.com via worldatlas.com

ซานตินีเป็นผู้ออกแบบสไตล์การจัดวางหลักของโบสถ์กระดูกที่เราเห็นอย่างตอนนี้ โดยอาศัยแนวคิดสุนทรียศาสตร์แบบบาโรกในการเลือกจัดสรรพื้นที่ อุตลักษณ์อย่างเด่นชัดของเขาคือการสร้างมาลัยกระดูก, จอกและแป้นมอนสแทรนซ์ (monstrance) ตามมุมต่างๆ, ศีรษะเทวดาศิลปะบาโรก และเชิงเทียนทรงกรวยแหลมแบบค.ศ.1742 เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของแสงสว่างนิรันดร์

Interior of the Sedlec ossuary decorated with skulls and bones. Image credit: Mikhail Markovskiy/Shutterstock.com via IFLScience
sedlec
Photo : brittney.s
Photo : Екатерина С.

หน้าที่ของอารามถูกยุติโดยจักรพรรดิโจเซ็ฟที่ 2 (Joseph II) แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ในปี 1783 ก่อนจะถูกซื้อโดยครอบครัว Schwarzenberg จาก Orlík ด้วยความอนุเคราะห์จากผู้อุปถัมภ์ โบสถ์แห่งนี้จึงยังได้รับการดูแลและบูรณะให้คงสภาพดีมาตลอด

Coat of arms of Schwarzenberg family at Sedlec Ossuary .
Photo : word_virus, CC BY 2.0, via Wikimedia Commons

ในด้านการรักษาสภาพนั้นมีการจัดการบูรณะอีกหนโดย František Rint จาก Česká Skalice ปีค.ศ.1870 ที่มีการนำกระดูกออกมาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อด้วยปูนคลอไรด์ (Chlorinated Lime,CaOCL) หรือผงฟอกสีแบบที่เราคุ้นเคยกัน แล้วจึงนำกลับมาจัดเรียงตามสภาพเดิมอย่างเช่นตัวโคมระย้าตรงกลางห้อง ก่อนจะมีการเพิ่มตราอาร์มของตระกูลชวาเซนบูร์ก (Schwarzenberg) และสัญลักษณ์เป็นลายเซ็นของตัว Rint ที่ใช้กระดูกเรียงเติมตรงปลายบันไดเป็นการลงชื่อผลงาน

Artist’s signature (František Rint from Česká Skalice), Sedlec Ossuary, Czech Republic..Wilson44691, Public domain, via Wikimedia Commons

แม้จะไม่ใช่โบสถ์กระดูกแห่งเดียวทั้งของสาธารณรัฐเช็คและของโลก แต่ก็เป็นโบสถ์สายหลอนแบบมรณานุสติ (Mememto Mori) ที่ไม่อาจมองข้าม ในโอกาสหน้าทาง ArchaeoGO จะพานักอ่านไปพบกับโบสถ์กระดูกและสถานที่หลอนๆ ทางโบราณคดีต่อไป อย่าลืมกดติดตามช่องทางของเราเพื่อจะได้ไม่พลาดทุกการอัพเดท

ขอลากันไปด้วยภาพสวยๆ ของ Sedlec Ossuary โบสถ์กระดูกแดนโบฮีเมีย ที่เรารวบรวมจากนักท่องเที่ยวมาให้ชมกันพอให้ขนลุกขนพองในความสวยปนสยองครั้งนี้

Sedlec Ossuary
Photo : CaresMa
โฆษณา
Photo : bialobrody
Photo : bialobrody
Sedlec Ossuary - Kutna Hora - The Bone Church
Photo : bialobrody

Featured Image : The Bohemian Blog via www.exutopia.com

References :

โฆษณา