โล้สำเภา#2 | เรือสลุบ (Sloop) สรุปเป็นเรือยังไงทำไมโจรสลัดนิยม?

เราอาจชินตาจากหนังฮอลลีวู้ดหลายเรื่องว่าโจรสลัดตะวันตกนั้นล้วนใช้เรือใบขนาดใหญ่ที่มีเสากระโดงมากกว่าสอง จริงๆ แล้วเรือพวกนั้นค่อนข้างจะอืดอาดและมีข้อจำกัดในการเข้าร่องน้ำตื้น ดังนั้นเรือที่ดีในสายตาโจรสลัดย่อมไม่ใช่เรือรบหลวงขนาดมหึมาเป็นหลัก แต่เป็นเรือลำเพรียวคล่องแคล่ว ว่องไวในการบุกและหนี สามารถติดตั้งอาวุธได้ ” Sloop” จึงเป็นเรือที่เหมาะสมที่สุด

เรือสลุบ (Sloop) จัดอยู่ในประเภทเรือที่ติดใบตามแนวยาวของเรือ (The fore and aft rig) ลักษณะเป็นเรือท้องตื้นมีเสากระโดงเดียวใช้ใบเรือใหญ่เดี่ยวๆ ที่เป็นทรงขนมเปียกปูน (Quadrilateral mainsail) หรือหากมีขนาดลำใหญ่ก็อาจมีใบเรือหน้า (head sail) ที่อยู่ด้านหน้าของเสากระโดงอีกใบหนึ่งและใบเรือยอดบนสุด (Topsail) มีการใช้ไม้ก๊าฟ (gaff) พยุงใบเรือ สามารถแล่นได้เร็วราว 11 น็อต มีความคล่องตัวสูง ท้องเรือที่ตื้นยังส่งผลให้เรือสลุบสามารถแล่นผ่านสันดอนได้ง่าย หากไม่มีคลื่นลมก็ยังมีการติดตั้งกระเชียงเรือสำหรับใช้แรงคนช่วยกระเชียงเคลื่อนที่ไปได้ ด้วยความเร็วและคล่องตัวนี้เองที่ทำให้โจรสลัดนิยมใช้เรือสลุบในปฏิบัติการปล้นของพวกเขา

Restauration เรือสลุบที่ต่อขึ้นเมื่อค.ศ. 1801ใน Hardanger, Norway.

โฆษณา

ในยุคอาณานิคมของอเมริกาเหนือ สลุบเป็นเรือขนส่งหลักที่ใช้เดินเรือตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก อ่าวภายใน และหมู่เกาะเวสต์อินดี้ส์ (West Indies) นอกจากคุณสมบัติด้านความคล่องตัวแล้ว การเดินเรือใช้จำนวนคนน้อย ดูแลง่ายแต่ยังมีพื้นที่มากสำหรับจัดเก็บสินค้า ทำให้เรือสลุบเป็นที่นิยมในแถบอเมริกาเหนือโดยเฉพาะแนวชายฝั่งด้านทิศตะวันออกอย่างมาก

เรือสลุบจะมีลักษณะรูปร่างของลำเรือ (hulls) และระบบการขึงใบเรือ (rigs) ที่แตกต่างไปตามหน้าที่การใช้งาน แบบที่ดูพิเศษหน่อยคือ “แพ็คเกจสลุบ” (packet sloop) หรือเรือเมล์ ที่ใช้โดยสารและขนส่งจดหมายกับพัสดุ มีกรอบเวลารอบเดินทางระหว่างท่าเรือที่ชัดเจน ขนาดมีตั้งแต่ 60-75 ฟุต (ประมาณ 18-22 เมตร) ส่วนท้ายเรือมักมีเฉลียงท้ายเรือ (stern galleries) ที่ทำเป็นช่องกระจกประดับล้อมกรอบด้วยลวดลายสวยงามหลากสีสัน

โปสการ์ดภาพเรือ USS Providence (c.1775) เรือสลุบสงครามลำแรกของราชนาวีสหรัฐฯ ตรงส่วนท้ายมีเฉลียงท้ายเรือประดับหน้าต่างบานกระจก

นอกจากแพ็คเกจสลุบแล้ว เรือสลุบอีกประเภทที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่คือเรือสลุบขนหิน (Stone sloop) ที่ใช้ขนหินจากท่าหินบริเวณแหลมเคปแอน (Cape Ann) เพียงแต่เรือสลุบแบบนี้มีการเสริมโครงสร้างหนักกว่าและไม่ตกแต่งมากเท่ากับแพ็คเกจสลุบ มองด้วยตารูปทรงของตัวเรือก็ยังอวบอ้วนกว่าด้วย


Sloop (from Howard I. Chappelle, The History of American Sailing Ships, p. 12) by Henry Rusk,Martha’s Vineyard Museum

ปกติไม่ค่อยพบเรือสลุบที่มี 2 เสามากนัก ส่วนมากมักนิยมเสาเดี่ยวแต่ใช้เชือกโยงทั้งหัวเรือ-ท้ายเรือ พร้อมใช้ใบเรือใหญ่ โดยมีใบยิบ (jib) ใบเรือทรงสามเหลี่ยมอยู่ด้านหน้าอย่างน้อย 1 ใบ การออกแบบขั้นต้นคือเป็นเรือสำหรับแล่นในเขตน้ำตื้นและใช้ประมงหาปลา รวมถึงใช้ขนส่งสินค้าระยะไม่ไกลนัก ฟังดูเป็นเรือชาวบ้านธรรมดาๆ แต่ก็เหมาะจะเป็นเรือเบิกทางไปสู่อาชีพโจรสลัดไม่ยากนัก (การขโมยเรือเล็กย่อมง่ายกว่าเรือใหญ่)

เมื่อการค้าพาณิชย์นาวีเฟื่องฟูขึ้น อาชญากรรมในน่านน้ำก็มากขึ้นตามไปด้วย ช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 เรือพาณิชย์ของอังกฤษถูกคุมคามในลักษณะของการโจมตีเส้นทางลำเลียง (Commerce Raiding) ด้วยฝีมือของสลัดหลวง (Privateer) ของฝรั่งเศสและสเปน หรือเรียกอีกอย่างว่าโจรสลัดคอร์แซร์ (Corsairs) ทำให้เกิดความต้องการเรือที่มีความคล่องตัวมากขึ้นเพื่อที่จะหลบเลี่ยงการไล่จู่โจมของเรือโจรสลัดเหล่านั้นได้ จึงได้เกิดเรือประเภทเรือสลุบเบอร์มิวดา (Bermuda sloop) ขึ้นมา

โฆษณา

Bermuda sloop | เรือสลุบเบอร์มิวดา

เรือสลุบเบอร์มิวดาเป็นเรือสลุบที่พัฒนามาจากอู่ต่อเรือบนเกาะเบอร์มิวดาซึ่งเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เกิดมาจากการต้องการเรือใบซึ่งมีขนาดกะทัดรัดแต่ยังบรรทุกสินค้าได้พอสมควร สามารถแล่นได้ทั้งในอ่าวและนอกอ่าว จึงเกิดการพัฒนารูปแบบขึ้นมาเป็นเรือสลุบเบอร์มิวดา และได้รับความนิยมจากบริษัทการค้าในเขตอาณานิคมอเมริกา รวมถึงกลายมาเป็นเรือในฝันของเหล่าโจรสลัดด้วย

แม้ว่าในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 เบอร์มิวดาเองแทบไม่ได้เป็นศูนย์กลางของการผลิตเรือ แต่เป็นอาณานิคมที่อังกฤษที่ใช้เพาะปลูกวัตถุดิบที่จะนำไปหล่อเลี้ยงส่วนอื่นๆ ของอาณานิคม จนกระทั่งช่วงปลายศตวรรษจึงเริ่มมีการริเริ่มใช้เบอร์มิวดาในฐานะอู่ต่อเรือที่ค่อยๆ เพิ่มความสำคัญมากขึ้นภายหลัง การจะสืบค้นลักษณะเฉพาะของเรือสลุบเบอร์มิวดาค่อนข้างจะมีหลักฐานชี้เฉพาะอยู่ประปราย แต่ยังมีภาพร่างลายเส้นของ Frederick Chapman ในช่วงทศวรรศ 1740s-1760s ที่ค่อนข้างให้รายละเอียดแบบแปลนและผังของใบเรือที่ชัดเจน

18th Century Bermuda sloop

ส่วนประกอบของเรือสลุป

โครงสร้างทั่วไปของเรือสลุบคือการมีดาดฟ้าเรียบที่ดูเป็นระนาบเดียวกัน (flush deck) เหนือห้องเก็บสินค้าใต้ท้องเรือ แต่สำหรับลำที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาอาจมีการต่อเติมส่วนหัวเรือหรือท้ายเรือเพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับลูกเรือหรือใช้เก็บของ

เรือสลุบลำใหญ่จะมีการทำดาดฟ้ายกบนท้ายเรือ (quarterdeck/poop) เหนือห้องขนาดเล็กที่อยู่พื้นระนาบเดียวกับดาดฟ้าใหญ่ บางลำอาจใช้วิธีลดระดับดาดฟ้าเพื่อสร้างห้องในเรือ (cabin) สำหรับให้กัปตันหรือผู้โดยสารอื่นๆ ห้องดังกล่าวอาจให้แสงสว่างด้วยไฟหรือหน้าต่างขนาดเล็ก แต่โดยส่วนมากมักได้รับแสงจากช่องเล็กๆ บนหลังคาที่เป็นดาดฟ้าหรือฝากั้นข้างหน้าเท่านั้น (bulkhead)

ส่วนหัวของหางเสือจะเลยสูงขึ้นมาจนถึงดาดฟ้าเพื่อให้สามารถใช้พังงาด้ามในการควบคุม ภายหลังมีการปรับจากการใช้พังงาแบบด้ามมาเป็นพังงาวงเดือน เรือสลุบเบอร์มิวดามีน้ำหนักระหว่าง 30-60 ตัน และความยาวดาดฟ้าระหว่าง 40-60 ฟุต แบบที่ขนาดใหญ่มีน้ำหนักราว 120 ตันและยาว 65 ฟุต

เกือบทุกลำมีการเจาะช่องปืนใหญ่ มักใช้ปืนขนาดเบาที่น้ำหนักระหว่าง 3-4 ปอนด์ จำนวนตั้งแต่ 4-12 กระบอก (โดยเฉลี่ยคือ 6-8 กระบอก) อย่างไรก็ตามบางครั้งเรือใบเหล่านี้แล่นโดยไม่ติดอาวุธ ไม่ก็ติดตั้งปืนขานกยาง (swivel gun) ซึ่งเป็นปืนใหญ่ขนาดเล็กติดบนแท่นหมุนหรือขาหยั่งสำหรับใช้ป้องกันภัยระยะประชิด

Two possible sail plans for Chapman’s Bermuda Sloop (Southerly,2003)

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของเบอร์มิวดาสลุบคือการจัดใบเรือ (rig) เสากระโดงเรือชนิดนี้มักทอดยาวเอียงไปทางท้ายเรือสูงกว่าเรือสลุบแบบอื่น ลักษณะเสาดังกล่าวยังช่วยเร่งความเร็วและต้านแรงปะทะของลมได้ดีขึ้น เรือสลุบมักใช้ไม้ก๊าฟ (gaff) ขนาดกว้างขึงใบเรือใหญ่ เรือสลุบเบอร์มิวดาจึงได้เพิ่มไม้กระโดงแนวขวาง (boom) ซึ่งอยู่ทางตีนใบอันจะช่วยรองรับการเพิ่มขนาดใบเรือ ยิ่งมีการเพิ่มความยาวของก๊าฟและบูมมากก็ยิ่งสามารถใช้ใบเรือที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ใบเรือหน้า (Headsails) เป็นทรงสามเหลี่ยมขึงแบบตามแนวยาวของเรือ ( fore and aft) มักมีจำนวน 2-3 ใบ ด้านหัวเรือมักติดตั้งเสาชี้ (bowsprit) ที่มีความยาวมาก บางครั้งติดเสาใบยิบ (jib boom) เพิ่มเข้าไป การที่มีเสายาวด้านหน้าเป็นการอำนวยให้เรือสลุบเบอร์มิวดาติดใบเรือด้านหน้าได้ใหญ่หรือมากขึ้นนั่นเอง

มีหลายลำที่ขึงใบเรือบนสุดทรงสี่เหลี่ยม ช่วงแรกมักใช้การขึงเชือกแบบชั่วคราวยึดระหว่างยอดเสากระโดงกับใบเรือบนสุด ระยะหลังจึงเริ่มมีพรวนใบติดที่หัวและตีนใบโดยไม้พรวนนั้นวางพาดขวางกัุบไม้ก๊าฟเป็นกากบาทเรียกว่า “ครอส-แจ๊ค ยาร์ด” (cross-jack yard) การเพิ่มใบบนย่อมช่วยในเรื่องเพิ่มความเร็วในการแล่นเรือ โดยเฉพาะการแล่นเรือตามลม แต่อาจเกิดแรงปะทะหากมีการกางใบเรือเต็มที่

โฆษณา
Jenkinson, John P.; Frigate and a Sloop in the Mersey; Merseyside Maritime Museum; http://www.artuk.org/artworks/frigate-and-a-sloop-in-the-mersey-103631

Sloop-of-war | เรือรบสลุบและบริกสลุบ

ในระยะหลังเหล่าทหารเรือเริ่มดัดแปลงเรือสลุบให้เหมาะสำหรับปฏิบัติการทางทหารมากขึ้น ส่งผลให้เรือสลุบของราชนาวีมีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อที่จะมีพื้นที่ดาดฟ้าสำหรับยุทโธปกรณ์อย่างปืนใหญ่ บางส่วนถูกนำไปใช้ในยุทธนาวีเรียกว่าเรือรบแนวเส้นประจัญบาน (Ship of the line) เพราะแม้ว่าสลุบจะมีขนาดเล็กแต่เมื่อใช้การจัดกระบวนทัพให้เป็นประโยชน์ก็อาจสร้างแนวประจัญบานเพื่อช่วยกันจัดการศัตรูได้ในขณะที่เรือลำใหญ่ของกองทัพอาจจะไม่เพียงพอต่อการคุ้มกันน่านน้ำ ด้วยวิธีการแปรขบวนเรือติดอาวุธเป็นแนวยาวและช่วยกันระดมยิงอย่างพร้อมเพรียง

ในช่วงเวลาเดียวกันนี้บริษัทอินเดียตะวันออก (East India Company) เองก็ทำการติดตั้งปืนใหญ่บนดาดฟ้าเรือ ทำให้เมื่อถึงเวลาที่ต้องป้องกันตนเอง เรือสินค้าติดอาวุธเหล่านี้ก็จะสามารถช่วยกันต่อสู้หรือสร้างแนวเส้นประจัญบานได้โดยไม่ต้องรอการช่วยเหลือจากเรือรบขนาดใหญ่ที่มีอยู่น้อยกว่า เรียกว่าปฏิบัติการได้ทันท่วงที

การแต่งเติมเรือสลุบเพื่อใช้ในการรบของราชนาวีอังกฤษค่อนข้างทำให้เกิดข้อแตกต่างระหว่างเรือสลุบแบบทั่วๆ ไปกับที่ใช้ในกองทัพ เรียกว่า “เรือรบสลุบ” (Sloop of war) หรือ “เรือบริกสลุบ” (Brig-sloop) แล้วแต่ลักษณะของการขึงใบและเสากระโดง กล่าวคือเรือรบสลุบทั่วไปที่ต่อขึ้นในช่วงกลางของคริสต์ศตวรรษที่ 18 พัฒนามาสู่การเป็นเรือ 3 เสากระโดงขึงใบเต็มอัตรา (Full-rigged ship) ประกอบด้วยการขึงใบเรือสี่เหลี่ยมตามขวาง (Square rig) พร้อมกับมีการใช้ใบยิบหรือใบสเตย์เซล (Staysail) ขึงตามแนวยาวของเรือ ส่วนเรือแบบบริกสลุบจะกลับมามีเสากระโดงหน้ากับเสากระโดงใหญ่เพียง 2 เสา ขึงใบตามขวาง แบบเรือบริก (Brig) จึงเรียกว่า Brig-sloop ตามลักษณะดังกล่าว

British naval brig-sloop at sea off an anchorage by D Tandy, circa 1798-1805.National Maritime Museum, Greenwich, London

เรือสลุบที่ใช้ในการสงครามควบคุมโดยนายทหารยศผู้บังคับบัญชา (commander) บนเรือติดตั้งปืนใหญ่ระหว่าง 10-18 กระบอก มักใช้เป็นปืนคาร์โรเนด (carronade) ซึ่งเป็นปืนใหญ่ขาดสั้นที่มีลำกล้องเกลี้ยงคือไม่มีเกลียวในลำกล้อง (smoothbore cannon) ทำให้มีกำลังโจมตีหนักในระยะประชิด เรือรบสลุบสามารถทำหน้าที่ในทะเลได้เทียบเท่ากับเรือฟริเกต (frigate) ยกเว้นแต่การเป็นกองเรือลาดตระเวน

โฆษณา

แน่นอนว่าเรือรบสลุบหรือบริกสลุบเองก็พัฒนามาเป็นเรือในฝันหวานของโจรสลัดอีกเช่นเคย แถมพวกเขาไม่ต้องออกแรงมาตกแต่งดาดฟ้าใส่ปืนเอง หากปล้นเรือสลุบชาวบ้านดูจะน่าเบื่อเกินไปแล้ว เหล่าโจรสลัดก็อาจถือโอกาสรวมตัวกันตีเอาเรือรบหลวงลำน้อยเหล่านี้มาติดธงดำบ้าง อาจกล่าวได้ว่าคุณสมบัติของเรือสลุบนี้เป็นเสมือนเหรียญสองด้านที่ถูกเลือกให้ความหมายที่แตกต่างกัน อยู่ที่ว่าใครที่กำลังครอบครองและใช้งานมันอยู่นั่นแหละ

Featured Image : A Bermuda sloop, privateering on the Spanish Main.Published by Edward Orme, 1 January, 1807.Public Domain.

References: