ในภาคต่อของละคร “บุพเพสันนิวาส” อย่างเรื่อง “พรหมลิขิต” เปิดตอนแรกด้วยฉากสวรรคตของพระนารายณ์และพระปีย์ ฉากนี้ต่างมีบรรยายถึงในพงศาวดารแต่จะมีความเหมือนหรือใกล้เคียงกันอย่างไร เหตุใดพระปีย์ถึงต้องตาย เรามาลองพิสูจน์ด้วยกัน
ช่วงยุคอยุธยาปลายเต็มไปด้วยการก่อกบฏและรัฐประหาร ในสมัยของสมเด็จพระนารายณ์เองก็ทรงปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์ แม้ว่าตลอดรัชกาลจะมีความเจริญก้าวหน้าในหลายด้าน แต่จุดสิ้นสุดของราชวงศ์ปราสาททองของพระองค์ก็เกิดการรัฐประหารขึ้นด้วยฝีมือของขุนนางคนสนิทอย่างพระเพทราชาและหลวงสรศักดิ์ ผู้มีข่าวลือว่าเป็นพระราชบุตรลับๆ ของสมเด็จพระนารายณ์เอง
ยังมีบุคคลสำคัญอีกหนึ่งคนซึ่งสมเด็จพระนารายณ์ทรงให้ความรักใคร่สนิทสนมในฐานะใกล้เคียงพระโอรส คือพระปีย์หรือหม่อมปีย์ ผู้เฝ้าถวายงานอยู่ข้างกายพระองค์จนถึงวาระสุดท้าย และกลายเป็นเหยื่อของกลุ่มผู้ก่อการรัฐประหารเองด้วยอีกคนหนึ่งพร้อมๆ กับออกญาวิไชเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) เพื่อเปิดทางให้ขุนนางกลุ่มพระเพทราชา ผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏสองพ่อลูกได้ขึ้นมามีอำนาจ
ความโปรดปรานที่สมเด็จพระนารายณ์มีต่อพระปีย์เป็นที่รู้จักและตระหนักกันทั้งในหมู่ขุนนางไทยและเทศ ฝ่ายชาวต่างชาติที่เข้ามาในอยุธยาช่วงเวลาดังกล่าวทั้งบาทหลวง เดอะ แบส, ลาลูแบร์ และนายพลเดฟาร์จ เป็นต้น ต่าเคยได้บันทึกถึงข่าวซุบซิบเรื่องที่พระปีย์อาจเป็นพระโอรสลับอีกองค์หนึ่งซึ่งอาจมีชาติกำเนิดที่ต่ำต้อย
การจะเข้าใจเหตุว่าทำไมพระปีย์ซึ่งเป็นคนที่ถูกชุบเลี้ยงมาโดยไม่ได้มีชาติกำเนิดมาจากพระมเหสีถึงมีอิทธิพลต่อเส้นทางการเมืองของพระเพทราชาได้ เราต้องทำความเข้าใจหลักการสืบราชบัลลังก์ของอยุธยาเสียก่อน แม้ว่าจะมีการตั้งพระอุปราชเพื่อเป็นผู้สืบสันตติวงศ์ลำดับที่หนึ่งคือตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) แต่การเมืองอยุธยามักเปิดทางให้กับผู้มีอำนาจทางการเมืองสามารถทำรัฐประหารและปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์อย่างไม่ยากเย็นนัก ซ้ำยังมีตัวอย่างปรากฏให้เห็นอยู่หายคราวตลอดช่วงอยุธยาเรืองอำนาจ
ขุนนางต่างๆ บางครั้งมักจับกลุ่มเอาตามผลประโยชน์และความสัมพันธ์ทางการเมืองเพื่อเตรียมส่งผู้สืบทอดที่ตนสนับสนุนให้เป็นพระมหากษัตริย์ ในช่วงของพระนารายณ์เองกลุ่มขุนนางก็แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันอย่างชัดเจน โดยมีกลุ่มของฟอลคอนสนับสนุนพระปีย์ กับกลุ่มก๊กของพระเพทราชาที่ไม่พอใจอำนาจในมือของออกญาชาวต่างชาติคนดังกล่าว ทั้งยังกล่าวว่าจะเก็บราชบัลลังก์ให้กับพระอนุชาของสมเด็จพระนารายณ์ตามที่เขียนไว้ในพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา ความว่า…
“จึงพระเพทราชาผู้สำเร็จราชการแผ่นดินก็พาหลวงสรศักดิ์ขึ้นไปเฝ้าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งทรงพระประชวรอยู่ ณ พระที่นั่งสุธาศวรรย์ และถวายบังคับกราบทูลถามพระอาการซึ่งทรงพระประชวรนั้น แล้วก็กราบทูลแถลงกิจจานุกิจราชการทั้งปวง ซึ่งได้ว่ากล่าวบังคับบัญชานั้นเสร็จสิ้นทุกประการ แล้วบังคมทูลพระกรุณาว่า ถ้าพระเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตไซร้ ข้าพระพุทธเจ้าจะรักษาราชสมบัติไว้ถวายสมเด็จพระเจ้าลูกเธอกรมพระราชวังหลัง”
-พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา
ถึงจะมีความปรากฏไว้ดังว่า แต่สุดท้ายพระเพทราชาก็ไม่ได้ถวายตำแหน่งกษัตริย์ให้เจ้าฟ้าที่มีสิทธิโดยชอบธรรมอย่างเจ้าฟ้าอภัยทศ ผู้ต่อมาก็ถูกกำจัดให้ออกไปจากเกมโดยการสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์ เพราะด้วยบรรดาศักดิ์แล้วพระเพทราชามีตำแหน่ง “พระ” เท่ากับพระปีย์ แต่ก็มีศักดิ์ต่ำกว่า “เจ้าฟ้า” ผู้เป็นพระอนุชาของสมเด็จพระนารายณ์ การจะปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์อย่างราบรื่นนั้นพึงต้องกำจัดผู้เป็น “แคนดิเดต” คนอื่นๆ ก่อนที่ตนจะขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาองค์ต่อไป หลังจากกำจัดเสี้ยนหนามอย่างพระปีย์และเจ้าฟ้าอภัยทศจนสิ้น
ในหนังสือประวัติศาสตร์ไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา ฉบับตุรแปงได้เขียนถึงสาเหตุของการสังหารพระปีย์เอาไว้ว่าเป็นเพราะฟอลคอนทูลเสนอให้พระปีย์เป็นผู้สืบราชบัลลังก์ รูปการณ์เช่นนี้ถือว่าเป็นการขวางเส้นทางอำนาจของพระเพทราชา ส่งผลให้ต้องเกิดการลอบสังหารพระราชบุตรบุญธรรมตามที่ได้บรรยายไว้ว่า
“แต่เมื่อได้ทราบจากสายสืบของเขาว่า กองทหารพร้อมด้วยอาวุธกำลังเตรียมการสนับสนุนในการประกาศแต่งตั้งหม่อมปีย์เป็นทายาท ผู้สำเร็จราชการ (พระเพทราชา) จึงตัดสินใจที่จะทำความชั่วให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็ว หม่อมปีย์ผู้เฝ้าคอยรับใช้อยู่เป็นเวลาหลายวันข้างพระที่บรรทมของสมเด็จพระนารายณ์ผู้ใกล้สวรรคต ได้ถูกเรียกออกมาจากห้องพระบรรทมของสมเด็จพระนารายณ์และถูกพวกของพระเพทราชาแทงตาย ไม่มีผู้ใดเอาใจใส่กับพระสุรเสียงของสมเด็จพระนารายณ์ ผู้ทรงอ้อนวอนเขาเหล่านั้นให้ไว้ชีวิตโอรสของพระองค์”
-ประวัติศาสตร์ไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา ฉบับตุรแปง-

ทั้งพงศาวดารคัดมาจากต้นฉบับบริติชมิวเซียม พงศาวดารรวบรวมเขียนขึ้นโดยชาวต่างชาติ ไปจนถึงที่เขียนโดยคนไทยต่างเล่าถึงวาระสุดท้ายของพระปีย์ได้ตรงกัน อาจมีความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อย ซึ่งจะเล่าในช่วงก่อนการสวรรคตของสมเด็จพระนารายณ์ดังนี้
“๏ ขณะนั้นบันดาข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวง ก็ไปมั่วสุมอยู่ณพระเพทราชา จะได้มีผู้ใดผู้หนึ่งนำภาในฝ่าลอองธุลีพระบาทนั้นหามิได้ ยังแต่พระปิย์ผู้เดียว ปะฏิบัติรักษาประคองพระองค์ลุกนั่งอยู่ แลพระปิยผู้นี้เปนบุตรขุนไกรสิทธิศักดิ์ชาวบ้านแก่ง ทรงพระกรุณาเอามาเลี้ยงไว้ในพระราชวังแต่ยังเยาว์ ให้มีนางนมพี่เลี้ยงประดุจหนึ่งลูกหลวง แลพระปิยนั้นมีพรรณสัณฐานต่ำเตี้ย ทรงพระกรุณาเรียกว่าอ้ายเตี้ย แลพระปิยกอปรด้วยสวามีภักดิ นอนอยู่ปลายพระบาท คอยปรฏิบัติพยุงพระองค์ลุกนั่งอยู่
-พระราชพงศาวดารกรุงเก่า (ฉบับหมอบรัดเล)
ครั้นรุ่งเพลาเชเาพระปิยลุกออกมาบ้วนปากล้างหน้าณประตูกำแพงแก้ว จึ่งหลวงสรศักดิ์ผู้สำเร็จราชการณที่มหาอุปราช สั่งให้ขุนพิพิธรักษาชาวที่ผลักพระปิยตกลงไปจากประตูกำแพงแก้ว แลพระปิยร้องขึ้นได้คำเดียวว่า ทูลกระหม่อมแก้วช่วยด้วย ภอขาดคำลงคนทั้งหลายก็กุมเอาตัวพระปิยไปประหารชีวิตรตายในขณะนั้น
สมเดจพระเจ้าอยู่หัวตรัสได้ทรงฟังเสียงพระปิยร้องขึ้นมาดั่งนั้น ตกพระไทยความอาไลยในพระปิยจึ่งดำรัสว่า ใครทำอะไรกับอ้ายเตี้ยเล่า แลสมเดจพระเจ้าอยู่หัวก็สวรรคตในเพลาวันนั้น เปนวันพฤหัสบดีเดือนห้าแรมสามค่ำ ลุศักราช ๑๐๔๔ ปีจอจัตวาศก”
จากเนื้อหาในพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหมอบรัดเลที่ได้อ้างอิงถึงเบื้องต้นกล่าวถึงภูมิหลังของพระปีย์ ก่อนจะเล่าเหตุการณ์ตอนที่พระปีย์เฝ้าปรนนิบัตินอนเฝ้าอยู่ปลายพระบาทของสมเด็จพระนารายณ์ เมื่อลุกขึ้นไปล้างหน้าบ้วนปากตรงกำแพงแก้ว จึงถูกขุนพิพิธรักษาซึ่งได้รับคำสั่งจากหลวงสรศักดิ์ผลักตกจากกำแพงแก้ว แล้วถูกกุมตัวไปประหาร (เข้าใจว่าอาจสื่อว่าเสียชีวิตด้วยการถูกผลักตกจากที่สูงในคราวนั้นดังเป็นการประหาร)
พงศาวดารฉบับที่พบและคัดลอกมาจากบริติชมิวเซียมของอังกฤษเอง ก็ยังเล่าเหตุการณ์นี้เกือบตรงกันทุกคำ ตามที่จะขอยกตัวอย่างมาต่อไป
“ขณะนั้นบรรดาข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวง ก็ไปมั่วสุมอยู่ ณ พระเพทราชา จะได้มีผู้ใดผู้หนึ่งนำพาในฝ่าละอองธุลีพระบาทนั้นหามิได้ ยังแต่พระปีย์ผู้เดียวปฏิบัติรักษาประคองพระองค์ลุกนั่งอยู่ และพระปีย์ผู้นี้เป็นบุตรขุนไตรสิทธิศักดิ์ชาวบ้านแก่ง ทรงพระกรุณาเอามาเลี้ยงไว้ในพระราชวังแต่ยังเยาว์ ให้มีนางนมพี่เลี้ยงประดุจหนึ่งลูกหลวง และพระปีย์นั้นมีพรรณสัณฐานต่ำเตี้ยทรงพระกรุณาเรียกว่าไอ้เตี้ย และพระปีย์กอปรด้วยสวามิภักดิ์นอนอยู่ปลายพระบาทคอยปรนนิบัติพยุงพระองค์ลุกนั่งอยู่ ครั้นรุ่งเพลาเช้าพระปีย์ลุกออกบ้วนปากล้างหน้า ณ ประตูกำแพงแก้ว จึ่งหลวงสรศักดิ์ผู้สำเร็จราชการ ณ ที่มหาอุปราช สั่งให้ขุนพิพิธรักษาชาวที่ผลักพระปีย์ตกลงไปจากประตูกำแพงแก้ว และพระปีย์ร้องขึ้นได้คำเดียวว่า ทูลกระหม่อมแก้วช่วยด้วย พอขาดคำลงคนทั้งหลายเป็นคุมเอาตัวพระปีย์ไปประหารชีวิตตายในขณะนั้น
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสได้ทรงฟังเสียงพระปีย์ร้องขึ้นมาดังนั้น ตกพระทัย ความอาลัยในพระปีย์ดำรัสว่า ใครทำอะไรกับไอ้เตี้ยเล่า และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็สวรรคตในเพลานั้นฯ [1]“
นอกจากพงศาวดารสองฉบับที่ยกมา เนื้อหาในพงศาวดารที่เขียนโดยคนไทย (แต่เป็นสมัยหลังคือมีการชำระสมัยรัตนโกสินทร์) ต่างก็เล่าตรงกัน แม้แต่ประโยคสุดท้ายของพระปีย์ที่ร้องขอความช่วยเหลือจากสมเด็จพระนารายณ์ว่า “ทูลกระหม่อมแก้วช่วยด้วย” แล้วจึงถูกโยนลงไปจากกำแพงแก้ว

กล่าวโดยสรุปคือเหตุที่พระปีย์ต้องถูกกำจัดนั้นเป็นเพราะดันเป็นอุปสรรคต่อการขึ้นมามีอำนาจของกลุ่มพระเพทราชา และไม่ว่าพระปีย์เองจะสมัครใจอยู่ร่วมในเกมการเมืองอยุธยาหรือไม่ สิ่งที่ยากจะปฏิเสธได้คือพระปีย์เองเป็นเหยื่อของการรัฐประหารของพระเพทราชากับหลวงสรศักดิ์ ผู้ถูกกำจัดไปให้พ้นจากการเป็นขวาดหนามไปสู่ราชบัลลังก์ของกษัตริย์ในราชวงศ์บ้านพลูหลวง อันเป็นราชวงศ์สุดท้ายของแผ่นดินอยุุธยา ก่อนที่เราจะเสียกรุงฯ ให้กับพม่าจนต้องย้ายศูนย์กลางมาตั้งเมืองหลวงแห่งใหม่ในยุคธนบุรี-รัตนโกสินทร์
[1]ประชุมพงศาวดารภาคที่ 82 เรื่องพระราชพงศาวดารกรุงสยามจากต้นฉบับของบริติชมิวเซียมกรุงลอนดอน. กรุงเทพฯ : พิมพ์ครั้งที่ 2, กรมศิลปากร, 2537
Featured Image : ภาพเก่ง ธชยในบทของพระปีย์จากละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ที่มาภาพจาก https://www.sanook.com/movie/76713/

- กรมพระยาดำรงราชานุภาพ.(ม.ป.ป.).พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา.โอเดี้ยนสโตร์.
- ประชุมพงศาวดารภาคที่ 82 เรื่องพระราชพงศาวดารกรุงสยามจากต้นฉบับของบริติชมิวเซียมกรุงลอนดอน. กรุงเทพฯ : พิมพ์ครั้งที่ 2, กรมศิลปากร, 2537
- พระราชพงศาวดารกรุงเก่า (ฉบับหมอบรัดเล). (2406). ห้องสมุดดิจิทัลวัชรญาณ. https://vajirayana.org/พระราชพงษาวดารกรุงเก่า-ฉบับหมอบรัดเล.
- ฟรังซัวส์ อังรี ตุรแปง.(2522).ประวัติศาสตร์ไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา ฉบับตุรแปง.กรมศิลปากร
- ส.สีมา.(19 ตุลาคม พ.ศ.2566).“พระปีย์” เหยื่อรัฐประหาร คนซื่อที่ราชสมบัติอยู่แค่เอื้อม แต่ไม่ทันเกมอำนาจการเมือง.ศิลปวัฒนธรรม ออนไลน์.https://www.silpa-mag.com/history/article_9166
- สุทธิศักดิ์ ระบอบ สุขสุวานนท์.(27 ธันวาคม พ.ศ.2565).เปิดบันทึกประวัติศาสตร์ที่มา “พระปีย์” พระราชบุตรบุญธรรม ในสมเด็จพระนารายณ์?.ศิลปวัฒนธรรม ออนไลน์.https://www.silpa-mag.com/history/article_16446
