พบแล้ว! มหานครทองคำอายุ 3,000 ปีของอียิปต์

Dr. Zahi Hawass อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและศิลปวัตถุแห่งอียิปต์กล่าวว่าเมืองแห่งนี้เป็นหนึ่งในเมืองโบราณที่ใหญ่ที่สุดของอียิปต์โบราณ โดยมีความเกี่ยวข้องกับฟาโรห์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างอเคนอะเตนและตุตันคามุนอีกด้วย

Image credit: Egyptian Ministry of Tourism and Antiquities

เมืองแห่งนี้สันนิษฐานว่าเป็นเมืองโบราณที่ชื่อว่า “อรุณรุ่งแห่งอะเตน” (The Rise of Aten) ก่อตั้งโดยฟาโรห์อเมนโฮเทปที่ 3 (Amenhotep III) ผู้ปกครองอียิปต์โบราณตั้งแต่ราว 1391-1353 ก่อนคริสตกาล โดยเมืองแห่งนี้ยังคงถูกใช้งานต่อเนื่องนับจากรัชสมัยนี้ ไล่เรียงมาจนถึงรัชกาลของอเมโฮเทปที่ 4 (Amenhotep IV) ผู้ภายหลังเปลี่ยนพระนามเป็น “อเคนอะเตน (Akhenaten) ไปจนถึงสมัยของตุตันคามุน (Tutankhamun) หรือคิงทุตต์ ( King Tut)ในช่วงเวลาอันแสนนั้นของพระองค์ เรื่อยจนถึงฟาโรห์อัยย์ (Ay)

เมื่อถึงความเจริญอันสูงสุดในรัชกาลของอเมนโฮเทปที่ 3 ช่วงปลายการครองราชย์พระองค์ยังคงปกครองและมีบทบาทร่วมกับพระโอรสอย่างอเมนโฮเทปที่ 4 ก่อนที่เมื่อพระองค์สวรรคต อเมนโฮเทปที่ 4 จึงได้เริ่มโครงการพยายามย้ายเมืองหลวงจากที่นี่ไปยังอามาร์นา (Amarna) และเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็ย่อมไม่สามารถลบล้างความรุ่งเรืองของเมืองแห่งอะเตนลงได้ ทำให้ในสมัยเดียวกันจนถึงสมัยต่อมา เมืองนี้ยังคงเป็นเมืองสำคัญในการบริหารราชการและเป็นที่พำนักของฟาโรห์องค์ต่อๆ มา สมกับฉายา “เมืองแห่งทองคำ” โดยแท้จริง

การขุดค้นพบเมืองเป็นส่วนหนึ่งจากการค้นหาวิหารของตุตันคามุน ยุวกษัตริย์เจ้าของสุสานและมหาสมบัติที่ทำให้อียิปต์กลายเป็นอารยธรรมโบราณที่ทั้งโลกหลงใหล วิหารดังกล่าวจัดเป็นสถานที่เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมปลงศพตามแบบฉบับอียิปต์โบราณหรือการทำมัมมี่นั่นเอง

โดยทีมขุดค้นเริ่มทำงานในช่วงเดือนกันยายน ปี 2020 ในบริเวณด้านตะวันตกของเมืองลักซอร์ (Luxor) ใกล้กับหุบผากษัตริย์ และห่างจากเมืองหลวงปัจจุบันคือไคโรมาทางใต้ประมาณ 500 กิโลเมตร

Dr. ซาฮี ฮาวาสได้อธิบายการค้นพบโดยเล่าในการประกาศนี้ว่าราวสัปดาห์นับจากการเริ่มทำงาน ทีมได้ค้นพบแนวฐานสิ่งก่อสร้างทำจากอิฐโคลนและค่อยๆ พบมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายเป็นซากของเมืองโบราณขนาดใหญ่ที่มีสภาพสมบูรณ์ ประกอบด้วยห้องและกำแพง (BBC,2021) ลักษณะของบ้านเหล่านี้มีกำแพงสูง 10 ฟุตหรือ 3 เมตร (Livescience,2021) ซึ่งปรากฏข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของคนในอดีต

หลังจากการทำงานมานานถึง 7 เดือน เดิมพวกเขาตั้งข้อสันนิษฐานในการทำงานว่าจะทำการค้นพบสุสานที่มีสภาพสมบูรณ์ แต่กลับพบเมืองโบราณขนาดใหญ่ที่ยังเหลือร่องรอยของบ้าน และแม้แต่ร้านขนมปังแทน แต่ก็เป็นการค้นพบสิ่งที่นักโบราณคดีหลายชาติต้องการที่จะพบ นั่นคือเมืองแห่งทองคำของอเมนโฮเทปที่ 3
 
ภาพจารึกดินเผาที่มีคำว่า “gm pa Aton” ซึ่งเป็นชื่อวิหารของอเมนโฮเทปที่ 3 ในคาร์นัค Image credit: Egyptian Ministry of Tourism and Antiquities
 

ร่องรอยการใช้งานของเมืองแห่งนี้พบตั้งแต่ช่วงสมัยของอเมนโฮเทปที่ 3 ราวศตวรรษที่ 14 ก่อนคริสตกาล โดยปรากฏร่องรอยทางตอนเหนือ และยังมีการอยู่อาศัยในสมัยของตุตันคามุนแม้จะมีการย้ายไปสร้างเมืองหลวงใหม่ที่เมมฟิส (Memphis) ต่อเนื่องมาจนถึงคราวที่ Ay อุปราชที่ก้าวมาเป็นฟาโรห์สมัยหลังด้วยการอภิเษกกับมเหสีม่ายของตุตันคามุนก็ยังพบหลักฐานแสดงถึงการอยู่อาศัย ส่วนทางตอนใต้ของเมืองพบ Medinet Habu หรือวิหารของผู้วายชนม์ ซึ่งสร้างขึ้นราวสองศตวรรษหลังเพื่ออุทิศแด่ฟาโรห์รามเสสที่ 3 (Ramses III) หลักฐานการใช้งานเมืองยังคงปรากฏว่ายาวนานถึงสมัยคอปติก ไบแซนไทน์ (Coptic Byzantine) ซึ่งเก่าแก่ราวคริสต์ศตวรรษที่ 7 นับว่าเมืองนี้มีการอยู่อาศัยที่ยาวนานมากที่สุดแห่งหนึ่ง

Image credit: Ali Mohammed Ali Zaidan (@alimohmedzidan)

สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นมากจนละสายตาไม่ได้คือแนวกำแพงรูปทรงคลื่นหรือซิกแซคซึ่งดูแปลกตากว่าที่พบในแหล่งโบราณคดีอื่น มักจะพบในสิ่งปลูกสร้างราวยุคราชวงศ์ที่ 18 ราชอาณาจักรใหม่ กำแพงอิฐทอดตัวยาวเป็นแนวอย่างสวยงาม ลักษณะของกำแพงแบบนี้นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเพื่อป้องกันและจัดการการเข้า-ออกพื้นที่ ควบคุมความปลอดภัยของเมืองให้เป็นระบบอย่างหนึ่ง (Egyptian Ministry of Tourism and Antiquities,2021)

Image credit: Ali Mohammed Ali Zaidan (@alimohmedzidan)
Image credit: Ali Mohammed Ali Zaidan (@alimohmedzidan)
Image credit: Ali Mohammed Ali Zaidan (@alimohmedzidan)
Image credit: Ali Mohammed Ali Zaidan (@alimohmedzidan)

ส่วนขนาดของเมืองแห่งอะเตนนี้ ทางทีมนักโบราณคดียังไม่สามารถระบุขอบเขตของเมืองอย่างชัดเจนได้เนื่องจากยังต้องอาศัยการขุดค้นเพิ่มเติมเพื่อเปิดพื้นที่ที่ยังไม่ได้ขุดค้นต่อ ทว่าสันนิษฐานว่าการขยายตัวเคลื่อนไปทางตะวันตกเข้าหาเดียร์ เอล-เมดิน่า (Deir el-Medina) ซึ่งเป็นหมู่บ้านคนงานซึ่งก่อสร้างสุสานในหุบเขากษัตริย์และหุบผาราชินีซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน

ภาชนะดินเผาที่ค้นพบพร้อมจารึก ส่วนสำคัญในการช่วยนักโบราณคดีกำหนดอายุสมัยของแหล้งโบราณคดีนนี้ (Picture : REUTERS)

ถึงขนาดของเมืองยังไม่สามารถกำหนดขอบเขตได้อย่างชัดเจนในตอนนี้ แต่การกำหนดอายุสมัยค่อนข้างจะแน่นอนด้วยลักษณะของอักษรเฮียโรกริฟฟิค (hieroglyphics) ที่พบบนภาชนะดินเผาจำนวนมากภายในเมือง โดยมีภาชนะดินเผาทรงไหขนาด 22 ปอนด์หรือ 10 กิโลกรัมที่บรรจุเนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนการต้มหรือตากแห้งภายในพื้นที่ของโรงฆ่าสัตว์ จารึกบนภาชนะดินเผาระบุถึงปีที่ 37 ของรัชสมัยของอเมนโฮเทปที่ 3 เนื้อที่น่าจะผลิตขึ้นในเทศกาล Heb Sed ครั้งที่ 3 นอกจากนี้ยังพบสคารับ (Scarabs), ก้อนอิฐ และสิ่งของอื่นๆ ที่ปรากฏพระนามฟาโรห์องค์เดียวกันชัดเจน

นอกจากส่วนของบ้านพักอาศัยแล้ว ทางด้านทิศเหนือของพื้นที่ขุดค้นยังพบสุสานขนาดใหญ่ซึ่งยังไม่ได้ทำการขุดเปิดทั้งหมด อย่างไรก็ตามตอนนี้บอกได้เพียงว่ามีการพบศิลาซึ่งตัดใช้สร้างบันไดสุสานอย่างที่พบในหุบผากษัตริย์และที่ฝังศพชนชั้นสูง รวมถึงยังพบโครงกระดูกสัตว์ขนาดใหญ่ด้วย

Image credit: Egyptian Ministry of Tourism and Antiquities

“การค้นพบเมืองที่สาบสูญแห่งนี้นับเป็นการค้นพบครั้งสำคัญอย่างที่สองรองจากการค้นพบสุสานของตุตันคามุน เมืองแห่งนี้สะท้อนภาพความรุ่งเรืองอันหาชมได้ยากของชีวิตในอดีตของชาวอียิปต์โบราณในช่วงที่อาณาจักรเจริญถึงมากที่สุด” ศาสตราจารย์ Betsy Brian แห่งภาควิชาอียิปต์วิทยา มหาวิทยาลัยจอห์น ฮ็อปกินส์ (Johns Hopkins),บัลติมอร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวถึงการค้นพบนี้  (BBC,2021)

สำหรับประเทศที่กำลังพยายามฟื้นตัวด้วยธุรกิจท่องเที่ยวหลังการระบาดของ Covid-19 การออกมาประกาศถึงการค้นพบเมืองนี้เป็นเสมือนเครื่องหมายของการเกิดใหม่อีกครั้งหลังความบอบช้ำ เหมือนดังชื่อของเมืองที่แปลออกมาได้ว่าเป็นการผงาดหรือความเจริญแห่งอะเตน อันเป็นเทพแห่งตะวันตามที่อเมนโฮเทปที่ 4 หรืออเคอะเตนเลือกให้เป็นเทพสูงสุดเพียงหนึ่งเดียว

 

References :

BBC.(2021,9 April).‘Lost golden city’ found in Egypt reveals lives of ancient pharaohs.BBC News. Retrieved from : https://www.bbc.com/news/world-middle-east-56686448 [cited 14 April 2021]

Blakemore,Erin.(2021,9 April).‘Lost golden city of Luxor’ discovered by archaeologists in Egypt.History & Culture News in National Geographic.Retrieved from : https://www.nationalgeographic.com/history/article/lost-golden-city-luxor-discovered-archaeologists-egypt [cited 14 April 2021]

Geggel,Laura.(2021,9 April).3,000-year-old ‘Lost Golden City’ discovered in Egypt.Livescience.Retrieved from : https://www.livescience.com/lost-golden-city-ancient-egypt.html [cited 14 April 2021]

Egyptian Ministry of Tourism and Antiquities.(2021,8 April).Dr. Zahi Hawass announces the discovery of the lost city in Luxor.Retrieved from : http://www.antiquities.gov.eg/DefaultAr/pages/NewsDetails.aspx?newsid=2657 [cited 14 April 2021]

One thought on “พบแล้ว! มหานครทองคำอายุ 3,000 ปีของอียิปต์”

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.